kinderbangs special2/end
posted on 08 Mar 2011 00:57 by jungjiyoo in Kinderbangพอถึงตอนเย็น คุณอาหนุ่ม กับซึงฮยอนก็ปลุกจียงขึ้นมากินข้าวด้วยกัน
เนื่องจากวันนี้มีแขก ทำให้น้าเท็ด ใจไม่ด้านพอจะต้มมาม่าอย่างหน้าตาเฉยกินได้เหมือนทุกวัน
ก็...แอบเกร็งล่ะวะ..นี่มันควอนจียงนะเว่ย
ละ...ลูกป๋ายางเชียวนะ
ถ้าแพ้ชูรสเป็นผื่นขึ้นมาเม็ดสองเม็ดเนี่ย....
กูจะโดนล้างโคตรป่ะวะ....ฮึก T^T
คิดแล้ว...ลูกผู้ชายที่ไม่เคยกลัวใครอย่างเท็ดดี้.. ก็ตัดสินใจ
กะ...กินข้าวข้างนอกก็ได้วะ..
ยังอยากอยู่วาดการ์ตูนอ่ะ...ยังอยากระบายสีดอกรัก... ด้วยสีที่คุณก็รู้ว่าอะไร อยู่อ่ะ...>//< แฮ่มมม
และในเมื่อมันอันตรายที่จะซ้อนสามบนดูคาติ.... เดี๋ยวลูกเค้าปลิวตก
...ดังนั้น...
ตอนเย็น ที่อากาศสบายๆ วันหนึ่งในฤดูใบไม้ร่วง
ถ้าใครมายืนที่ป้ายรถเมล์ แถวๆ คังนัม
ก็เลยได้เห็นภาพแปลก ๆ ที่ชวนยิ้ม..
ภาพของชายหนุ่มสูงใหญ่ล่ำสัน ใส่เสื้อฮู้ดคลุมหัว รูดซิบขึ้นมาถึงคาง แถมหมวกครอบหัวอีกอัน
มือหนึ่งจูงเด็กอ้วนหน้าหล่อ ....ที่หน้าตามีเค้าละม้ายคล้ายคลึงกันอย่างแรง
อีกมือหนึ่ง ไม่ได้จูง แต่กลับมีเด็กตัวเล็ก ๆ ขาว ๆ แลดูบอบบางเกินกว่าจะเป็นเด็กผู้ชาย
เกาะแขนทั้งแขนอยู่แน่น
...กะ...ก็ จียง ไม่เคยเดินข้างถนนอ่ะ..... รถมันอยู่ใกล๊ ใกล้ง่าา T^T ฮึก...
เดินไป ก็มองซ้ายมองขวาไป....มือเล็ก ๆ ก็เกาะแขนน้าเท็ดเป็นตุ๊กแกอยู่อย่างนั้นจนกระทั่ง รถเมล์มา
ด้วยความที่คนแน่นมาก.... ที่นั่งเพียงสองท่ี ที่มีเหลือ จึงตกเป็นของเด็กชายสองคน โดยที่คุณน้าสุดหล่อ ไปยืนเกาะเบาะอยู่ข้างๆ แทน
จียงได้นั่งข้างหน้าต่างๆ ดวงตาแป๋วๆ จ้องมองข้างทางอย่างตื่นๆ
ไม่เคยนั่งแบบนี้ ในรถที่คนเยอะๆ แบบนี้ บนเบาะแข็งๆ อย่างนี้
เบาะที่ไม่มีเข็มขัดนิรภัยสำหรับเด็กทำให้ร่างเล็ก ๆ ถูกเหวี่ยงไปมาตามความโคลงเคลงของรถเมล์
มือขาว จับขอบหน้าต่างแน่น ผมนิ่มๆ ปลิวกระจายตามสายลมชื้นฝนที่พัดเข้ามาในรถ..
จนกระทั่งมีอะไรอุ่น ๆ แปะลงมาบนหัว...
...หมวกแก๊ปของซึงฮยอน....
ความใหญ่โตของมัน พอที่จะคลุมลงไปถึงหูเย็นๆ ของจียง
ไออุ่นจากเจ้าของยังคงอยู่ แชมพูกลิ่นวิปครีมคาราเมลยังติดอยู่จางๆ
มืออวบๆ ยื่นไปดึงมือที่จับหน้าต่างแน่น ให้มาเกาะแขนตัวเองแทน
ทำให้ลำตัวเล็ก ๆ เอนมาพิงทั้งตัวโดยอัตโนมัติ
...อุ่น...
..นิ่มสบายจัง...
...จียงหันไปมองเจ้าของหมวก และแขนอุ่นๆ นั่น... กะจะขอบคุณ
...อ้าว...
...ซึงฮยอนหลับ...
ส่วนน้าเท็ดหัวเราะหึ..
หลับสนิทเชียวนะหลานกู....หลับตาปี๋ซะคิ้วติดกันอย่างงั้น
หน้าตาหูเหอแดงเถือกอย่างนั้น..
ชะ....แกล้งทำเป็นกรน....
ทำเป็นเอาหัวเข่าเขี่ยๆ แกล้งหลานไปทีนึง
ทำให้ตาคมๆ นั่นแอบปรือขึ้นมามองอย่างเหวี่ยงๆ
ก่อนจะเอาหัวมาซุกกับพุงเขาอย่างตัดรำคาญ
....มีความสุขล่ะซี้ ไอ้หลาน..
รถเมล์มาหยุดอยู่ตรงร้านอาหารเกาหลีเล็ก ร้านหนึ่ง ก่อนที่ทั้งสามคนจะก้าวลงมา
ร้านเล็ก ๆ บรรยากาศสบายๆ เหมือนมาเที่ยวบ้านเพื่อนมากกว่ามานั่งกินอาหารที่ร้าน มีโต๊ะไม้เพียงสี่ห้าโต๊ะ กับเบาะนุ่มๆ สีขาวสะอาด
น้าเบ็คนั่งยิ้มรออยู่ที่โต๊ะ..เอามือตบตูดอวบๆ ของซึงฮยอนไปทีนึง ก่อนที่จะทักทายจียงอย่างร่าเริง
แล้วหันมาทักทายเพื่อนรักด้วยอาการยักคิ้วกวนๆ
“แดกข้าวแกงกระหรี่มะ”
คำตอบที่ทำให้เท็ดดี้ถอนหายใจ..... ไอ้เวร...มาร้านหมูย่าง เสือกจะสั่งแกงกระหรี่
“ไปเปิดร้านเองเลยมึง...แกงกระหรี่เนี่ย....แล้วแดกกกก ให้พอใจเลยนะ..”
“เออ...ซักวัน...กูจะเปิดร้านของกูเอง... จะชวนไอ้จินฮวานคนเดียวด้วย ไม่ชวนมึงหรอกนะขอบอก”
เท็ดดี้เอามือขยี้หัวไอ้เพื้อนเตี้ยที่นั่งลอยหน้าลอยตาประชดประชันตัวเองจนมันโวยวายลั่นร้าน ก่อนจะสั่งชุดหมูย่างมาชุดใหญ่..... ประกอบด้วยหมูสามชั้นน่ากินและผักและเครื่องเคียงมากมายเต็มโต๊ะไปหมด มือใหญ่ๆ ค่อย ๆ คีบเนื้อย่างส่งให้เด็กหิวทั้งสองคนกับ...ไอ้ผู้ใหญ่ที่ทำหน้าตาอยากกินเหมือนเด็ก ๆ ก่อน ตัวเอง ย่างไป ก็จิบโซจูไปอย่างสบายใจ....
ซึงฮยอนทำหน้าที่เป็นเด็กอ้วนชวนชิมได้เป็นอย่างดี
“อย่างนี้นะ...เอาอันนี้...” มือหยิบหมู
“มาจิ้มอันนี้....”
“ห่ออันนี้...”
“แล้วใส่อันนี้...”
* ใส่น้ำพริกด้วย..กินเผ็ดได้นะเอ้ออ แมนมากนะขอบอก
“แล้ว....ง่ามมมมมมมมมมมมมมมม”
เคี้ยวตุ้ยๆ อย่างน่าอร่อย ทำให้เพื่อนตัวเล็กกว่าที่มัวแต่ร้องไห้จนไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เช้าถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อก
ซึงฮยอนพยักเพยิดให้ไอ้ตัวเล็กเอาหมูมาห่อบ้าง
แต่ด้วยความที่มือจียงแสนจะเล็ก แถมไม่เคยกินอะไรอย่างนี้มาก่อน
เลยห่อ ๆ หลุด ๆ อยู่นั่นแล้ว ไม่เข้าปากซักที
ร้อนถึงคนที่มองอยู่ ... อดรนทนไม่ไหว..
เบคกี้ค่อย ๆ บรรจงเอาผักสามใบ หมูสามชิ้น พร้อมกับกระเทียมและพริกดุ้นเท่าบ้าน ห่อเป็นก้อนขนาดยักษ์ ก่อนจะหัดไปยิ้มหวานน่าสยดสยองกับเพื่อนรักที่นั่งส่องไอ้หลานกับเพื่อนโมเอ้ของมันอยู่..
“เทดดี้...อ้ามมมมมมมมมมมมม” ...ยัดหมูเข้าไปในปากของคนที่อ้าปากกว้างอย่างเหวอๆ พอดี
“เวลากินหมูย่างเนี่ย...ต้องป้อนเพื่อนด้วยนะ ถึงจะอร่อยยย” หันไปยิ้มพยักเพยิดกับคนที่โดนหมูยัดปากเถียงไม่ได้ ได้แต่กระพริบตาปริบๆ แทน
ได้ผล....
ไอ้หลานคนโปรดมีปฏิกิริยาทันที....
เบคกี้เพิ่งถึงบางอ้อ ว่าทำไมไอ้เท็ดมันถึงโปรดหลานคนนี้เป็นพิเศษ
ก็เวลาแกล้งทีไร....ตัวกลมๆ นั่น จะแดงเถือกไปทั้งตัว
ถึงแม้เจ้าตัวจะทำท่าไม่รู้ไม่ชึ้....แต่ก็บิดไปบิดมายุกยิกจนคนที่มองดูอยู่อดยิ้มให้กันไม่ได้
น่ารักดีหว่ะ.. น่าแกล้งงงงงงงง
คิดไป ก็ดูไอ้เด็กอ้วนมือไม้สั่น ห่อหมูไป
ดู๊..... ดูมันบรรจงเลือกคำเล็ก ๆ พริกน้อยๆ
ผู้ใหญ่สองคน ดูเพลินๆไป
เด็กตัวเล็ก ๆ ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว เห็นเพื่อนทำท่าห่อหมูอย่างนั้น
และเห็นคุณอาเป็นตัวอย่างที่ดีแบบนั้น
...ก็เลยอ้าปาก หันไปทางซึงฮยอนบ้าง...
คิดดูนะ...
ปากเล็ก ๆ สีชมพู บวกกับท่าทางอ่อน ๆ เพราะร้องให้มาทั้งวัน
พร้อมกับเสียงเบาๆ “อ้ามมมมมม”
ซึงฮยอนหันไปรับออกซิเจน จากถังที่พี่หมีถือรออยู่ สูดหายใจยาว ๆ
ก่อนจะป้อนหมูห่อผักไปที่ปากเล็ก ๆ นั่น
....
ฮึ้ยยยยยยยย
>//////////<
กว่าจะจบมื้อ อาสองคนก็กลั้นยิ้มกันจนเมื่อยแก้ม
กะ..ก็ฮานี่หว่า
ยิ่งตอนจียงเร่ิมสบายเนี่ย....ไม่ยอมกินเองเลย
หันมารอให้ซึงฮยอนป้อนอย่างเดียว
หวานอ่ะ หวานนนนนนนนนนนนนนนนนนน
เห็นแล้วอยากมีความรักแบบปั๊ปปี้บ้างอะไรบ้าง
อยากมีเพื่อนตัวเล็ก ๆให้ป้อนหมูงี้บ้าง
แต่ไม่เอาแบบโมเอ้นะ....
เท็ดดี้คิดว่าเขาเองชอบแบบขี้โวยวายหน่อยๆ มากกว่า
แบบ ...กวนหน่อย ๆ ขี้แกล้งเล็กๆ ...เงียะ...
จะไป หะ...หา จาก ไหน...
เนอะ...
(หมายเห็ดจากเจสั้น: ความซึนเดเระ สามารถติดต่อได้ทางกรรมพันธุ์)
ตกกลางคืน ทุกอย่างก็ยังเป็นปกติ
จียงอาบน้ำก่อน เด็กตัวเล็กเอาแป้งมาแปะ ๆ ที่แก้มก่อนนอนเหมือนที่ทำทุกวัน
ก่อนที่จะขยับให้เพื่อนตัวโต ขึ้นมานอนข้าง ๆ อีกฟากหนึ่งของหมอนกล้วยหอมจอมซน
จนน้าเท็ดเข้ามาห่มผ้าให้ทั้งสองคน แล้วปิดไฟให้
หน้าใสๆ หม่นอยู่วูบหนึ่ง เมื่อคิดถึงตอนก่อนนอนที่ป่าป๊าหม่าม๊าจะต้องเข้ามากอดทุกวัน
ใบหน้าเล็ก ๆ พยามซุกกับหมอน ซ่อนน้ำตาไวั
..เพราะกลางคืน..จียงจะอ่อนแอเสมอ
จียงกลัวกลางคืน...
จียงไม่ชอบนอนคนเดียว....
ร่างเล็ก ๆ คุดคู้
ไม่มีเสียงสะอื้น แต่เนื้อตัวกลับสั่นนิดๆ น่าสงสาร
ซึงฮยอนรู้ตั้งแต่แรก ว่าจียงร้องให้
แต่ก็ได้แต่นอนกระสับกระส่าย ทำอะไรไม่ถูก... ได้แต่มองเพื่อนตัวเล็กร้องไห้
...สงสารอ่ะ....
ตัวก็นิดเดียวเอง...
ร้องให้ใหญ่เลยอ่ะ...
อยาก..ให้หายเศร้าจัง
ต้องทำยังไงอ่ะ?
มาสะดุ้งตอนหันไปเจอพี่หมียืนกอดอกอยู่นั่นแหละ..
ซึงฮยอนนึกอะไรบางอย่าขึ้นมาได้...
..วันที่ย้ายเข้ามาที่นี่ใหม่ๆ..
วันที่ต้องอยู่กับคุณน้าท่าทางพูดจาไม่รู้เรื่องนั่น
วันที่ต้องนอนคนเดียว
วันที่คิดว่า แม่ไม่รักเขาแล้ว ไม่ต้องการเขาแล้ว
ซึงฮยอนยื่นมือออกไป...
ค่อย ๆ วางลงบนหัวคนตัวเล็กที่นอนสะอื้นอยู่
เมื่อเพื่อนตัวเล็กเงยหน้าขึ้น จึงค่อยๆ เช็ดน้ำตาให้ด้วยนิ้วอุ่น ๆ อย่างอ่อนโยน
“ฮึก ...ซึงฮยอน”
ร่างเล็ก โผเข้ามาหาอ้อมกอดอุ่นๆ ที่รออยู่แล้ว
ซึงฮยอนโยกตัวเพื่อนตัวเล็กไปมาเบาๆ แบบที่อาเท็ดชอบทำให้เวลาเขาไม่สบายใจ
“พ่อนายน่ะ....ยังรักนายมาก ๆ นะ
จียงยังรักพ่อกับแม่ได้เท่ากันทั้งสองคนเลย... พ่อกับแม่ก็ต้องรักนายกับน้องได้มากเท่าๆ กันไง..”
“และอีกอย่างนะจียง....”
ซึงฮยอนบอกคำ ๆ หนึ่ง ที่พี่หมีเคยบอกกับเขา...ในวันที่รู้สึกอ้างว้างที่สุด
คำที่ทำให้หัวใจไม่มีวันว่างเปล่าและเหงาอีกเลย
“นายมีฉันไง...จียง....”
คำที่แปลว่า ตั้งแต่นี้ไป...
...จะเป็นทุกอย่างให้ ..
...เป็นเพื่อนเล่น เมื่อยังเด็ก...
....เป็นพี่ เมื่อต้องการการปกป้อง....
จียงรู้สึกว่า...ความเศร้าทั้งหมด มันหายไป...
หายไปไหนไม่รู้...และดูเหมือนมันจะไม่มีวันกลับมาอีกเลย..
ตอนนี้...เหลือแต่ความรู้สึกอุ่น...สบาย
ริมฝีปากนุ่มๆ สีชมพู ค่อยๆแตะที่แก้มของเพื่อนตัวโตเป็นการขอบคุณ
“ขอบคุณนะ...ซึงฮยอน”
ซึงฮยอน.....
ซึง....ฮยอนนนน
ซึงฮย๊อนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
อาเท็ดฮะ....ซึงฮยอนเอาหน้ามุดเข้าไปในหัวเตียงแล้วเอาออกไม้ได้อ่า
จะตายไม๊อ๊่าาาาาาาา
ฮะ...ฮึก.....ฮึก
โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ
ปล.
“เดี๋ยวอาเอาซึงฮยอนออกมาเอง....”
“จียงไปดูซิ...ว่าต้องผายปอดรึเปล่า...”
* จบจริงอะไรจริง >3<